วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การตลาดกับแพทย์แผนไทย ตอนที่ 1

         


             ในยุคปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถปฏิเสธความสำคัญของเงินได้ เพราะเงินสามารถซื้อสิ่งต่างๆเพื่อตอบสนองทางร่างกายและให้ความสะดวกสบาย ส่วนหน้าที่ทางอ้อมของเงินยังเป็นเครื่องแบ่งระดับหรือความรับผิดชอบของงานที่บุคคลนั้นทำในสายงานนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารยิ่งมีตำแหน่งสูงขึ้นก็จะมีเงินเดือนเพิ่มขึ้นตาม แล้วสำหรับแพทย์แผนไทยล่ะ พวกเราทุกคนเคยถามตัวเองไหมว่าเงินเดือนของเราแบ่งเราให้มีตำแหน่งหรือความรับผิดชอบระดับไหน แล้วเงินเดือนนั้นเพียงพอต่อชีวิตประจำวันหรือเปล่า เราจึงเห็นแพทย์แผนไทยหลายท่านที่เรียนจนจบ แต่ต้องเปลี่ยนสายงานไปด้านอื่น หรือทำงานอื่นเสริม
             คำถามคือ เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร? ทุกท่านทราบไหมครับว่าจริงๆ แล้วเงินไม่เคยมีมูลค่าที่แท้จริงเลย การพยายามกำหนดค่าให้กับมันคือผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เหมือนประเทศไทยเมื่อปี 40 ที่อัตราการแลกเปลี่ยนที่คงที่ จนทำให้ผลกระทบตามมาและก้าวสู่การลอยตัวค่าเงินบาท ฉะนั้น ค่าของเงินจึงขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นที่กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

             ตัวอย่าง หากใครที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไปคงได้ทันช่วงหนึ่งของปรากฏการณ์ชาไข่มุก ในอดีตเมื่อก๋วยเตี๋ยวในประเทศเรายังราคาถ้วยละ 20 บาท แต่ชาไข่มุกแก้วละ 30 บาท และขายดีโคตรรรรร จนกระทั่งปัจจุบัน ก๋วยเตี๋ยวบ้านเราราคาถ้วยละ 35 บาท แต่ชาไข่มุกกลับเหลือแก้วเฉลี่ยประมาณ 20 บาท ส่วนเหตุผลที่ทำไมราคาชาไข่มุกถึงลดลงขนาดนี้ เนื่องมาจาก คุณค่าของชาไข่มุกนั้นมีไม่ถึง 20 บาทแต่ด้วยการตลาดและโฆษณาทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปถึง 30 บาท แต่ในที่สุดแล้วคุณค่าของมันก็จะกลับลงมาที่เดิม
              เราสามารถนำกรณีศึกษาเรื่องชาไข่มุกนี้มาแก้ปัญหาเรื่องเงินเดือนของแพทย์แผนไทย คือ เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลลที่พิจารณาเงินเดือน ในที่นี้คือรัฐบาล คำถามที่เรามักจะได้ยินคือ "จ้างแพทย์แผนไทยคุ้มหรือ" คุ้มครับ แต่เราต้องหาจุดแข็งของเราเองก่อนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น
             ตอนต่อไปเรามาติดตามกันนะครับว่า การสร้างจุดแข็ง หรือการสร้างbrand ให้กับแพทย์แผนไทยนั้นจะทำอย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น