วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เจริญกัมมัฏฐานกับธาตุทั้ง 4

เจริญกัมมัฏฐานกับธาตุทั้ง 4




                 กัมมัฏฐาน เกี่ยวข้องอย่างไรกับการเรียนแพทย์แผนไทย ทำไมก่อนที่จะเริ่มการเรียนการสอนวิชาการแพทย์แผนไทยจึงต้องมีการนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ คำถามนี้คงอยู่ในหัวใจของผมมาตลอดการเรียนวิชาแผนไทย 4 ปี กระทั่งเรียนจบ ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ โดยมากจะเป็นไปในทางความเชื่อเสียมากกว่า แต่เมื่อสักสองอาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ไปบวชเรียนอยู่ที่วัดท่ามะโอจังหวัดลำปาง คำตอบของคำถามก็ดูกระจ่างมากขึ้น
                วัดท่ามะโอเป็นวัดพม่า ฉะนั้นจึงมีความเคร่งครัดในการปฏิบัติสูง ผมขณะที่เป็นพระใช้สมยานามทางธรรมว่า “สุขกิจโจ” กิจกรรมที่ปฏิบัติเป็นประจำคือ บิณฑบาต กวาดลานวัด และทำวัตร แต่สิ่งหนึ่งซึ่งวัดท่ามะโอจะแตกต่างจากวัดอื่นคือ พระทุกรูป ต้องเข้าปฏิบัติกรรมฐานด้วย สถานที่ปฏิบัติกรรมฐานของวัดท่ามะโอนั้น ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.. 2547 ปัจจุบันมี  4 อาคาร ภายในมีห้องพัก และห้องน้ำ ในขณะที่พระเข้าปฏิบัติกรรมฐานจะไม่ต้องบิณฑบาต แต่อาศัยอาหารที่เช้าบ้านประเคนให้แทน

                ผมเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทั้งสิ้น 7 วัน มีกิจวัตรประจำวันคือ ทานอาหาร ทำวัตร และเจริญกัมมัฏฐานเท่านั้น การปฏิบัติของที่นี้จะโดดเด่นอีกอย่างโดบจะเน้น ให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกถึงสภาวธรรม มากกว่าการบริกรรม คำว่า “สภาวธรรม” หมายถึง ความรู้สึกของเราขณะที่จิตจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ จนไม่รับรู้ถึงการมีตัวตนของกายสังขาร และรู้สึกถึงสภาวะของธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ซึ่งเป็นความจริงแท้ของชีวิต ผมเองก็ได้ปฏิบัติตามจนรู้สึกและเข้าใจสิ่งที่ตนได้เรียนรู้ในขณะที่ศึกษาถึงความหมายของธาตุทั้งสี่ คือ ธาตุดิน แข็ง, ธาตุลม มีลักษณะที่เคลื่อนไหว, ธาตุน้ำ มีลักษณะที่เกาะกุม, ธาตุไฟ มีความร้อนและเบา ทางวัดยังได้มีการอธิบายเพิ่มเติมว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเราสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค หลังจากนั้นจึงมาอธิบายถึงสภาวธรรม
                คัมภีร์วิสุทธิมรรค รจนาโดย พระพุทธโฆษาจารย์ นักปราชญ์ชาวอินเดีย เมื่อ พ..956 ซึ่งได้สรุปความจากพระไตรปิฏกไว้อย่างครบถ้วน โดยคำว่า “วิสุทธิมรรคนั้น” หมายถึง หนทางสู่พระนิพพาน  ส่วนที่เกี่ยวข้องกับธาตุทั้ง 4 นั้นได้ อธิบายไว้อย่างละเอียด ในปริเฉทที่ 11 สมาธินิเทศ ในหัวข้อย่อย วิธีเจริญกัมมัฏฐาน, ปฐวีธาตุ, อาโปธาตุ, เตโชธาตุ, วาโยธาตุ, ธาตุ  4 เป็นมหาภูติ ในที่นี้ผมจะขออนุญาตสรุปตามที่ผมอ่านแล้วเข้าใจให้ฟังนะครับ
คัมภีร์วิสุทธิมรรค

                ในส่วนของหัวข้อวิธีเจริญกัมมัฏฐานนั้น ในคัมภีร์จะเปรียบเทียบให้เราเห็นความเข้าใจเรื่องธาตุทั้ง 4 ที่แตกต่างกันใน 2 ลักษณะคือ ลักษณะแรกเข้าใจธาตุทั้ง 4 ในลักษณะรูปธรรม เช่น ธาตุดิน คืออะไรที่แข็ง เช่น ผม ขน เล็บ ส่วนลักษณะที่สองคือเข้าใจธาตุทั้ง 4 ในลักษณะของสภาวธรรม คือ เข้าใจว่า ทุกๆส่วนของร่างกาย สามารถที่จะเป็นได้ทั้ง 4 ธาตุ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่เข้ามากระทบ หลังจากนั้นจึงจำแนกธาตุทั้ง 4 ในลักษณะของรูปธรรมออกไปอีก 4 หัวข้อ คือ ปฐวีธาตุ(ธาตุดิน) อาโปธาตุ(ธาตุน้ำ) เตโชธาตุ(ธาตุไฟ) และวาโยธาตุ(ธาตุลม) จนกระทั่งหัวข้อสุดท้ายจึงมาสรุปว่าธาตุทั้ง 4 คือ มหาภูติ อันหมายถึง สภาวะที่ไม่มีอยู่จริงแต่เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย คล้ายกับสภาวธรรมขณะที่เจริญกัมมัฏฐานนั่นเอง
                หลังจากการบวชจบลง ผมรู้สึกว่า เราเรียนแพทย์แผนไทยกันแต่เปลือกนอก ไม่ได้เข้าใจลักษณะและต้นตอความเป็นมาที่แท้จริง จึงทำให้บางครั้งผู้เรียนเองรู้สึกสับสน และลังเลใจกับศาสตร์ด้านนี้ ผมว่าคงถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่หลายๆท่านในสังคม จะลุกขึ้นมาปรับและลดในส่วนการเรียนการสอน เพื่อทำให้แพทย์แผนไทยปรับมารุ่งเรืองได้อีกครั้ง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น