วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

บ่งต้อ คืออะไร



                 เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมได้รับคำเชื้อเชิญจากเพื่อนๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ให้ไปฝึกบ่งต้อที่ปากอ่าง ด้วยความสงสัยและความว่างจัด ผมจึงออกเดินทางพร้อมกระเป๋าเป๊ใบน้อยๆ ไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ปากอ่าง จังหวัดกำแพงเพชร แม้จะยังไม่เคยเห็นโรงพยาบาลแต่ก็แอบคาดหวังในใจว่าน่าจะเป็นโรงพยาบาลประจำตำบลที่ใหญ่ เนื่องจาก มีศาสตร์ บ่งต้อ ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวของประเทศ แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากที่เดินทางจนมาถึงขนส่งจังหวัดกำแพงเพชรก็ได้พบความจริงว่า ไม่มีใครรู้จักโรงพยาบาลแห่งนี้เลย
                 ขอบคุณ google map ที่ทำให้ผมทราบว่า โรงพยาบาลแห่งนี้อยู่ด้านในเทศบาลตำบลแม่ลาย เมื่อผมไปถึง ได้พบกับ พี่ชเอม ขุมเพชร(หมอโอห์ม) หมอแผนไทยประจำโรงพยาบาลแห่งนี้และเพื่อนๆของผม
                                                                  พี่ชเอม ขุมเพชร(หมอโอห์ม)
                                                      
                   "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" ผมเพิ่งจะได้รับรู้ก็วันนี้เอง เมื่อบรรยากาศภายในกับภายนอกนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภายในส่วนของแพทย์แผนไทยถูกตกแต่งด้วยลายไทยอย่างสวยงาม ราวกับสปาหรูๆ ติดแอร์ มีเบาะหนังนั่งอย่างสบาย พี่ชเอมเป็นคนที่มีอัทธยาศัยดีมาก แกได้แนะนำเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโรงพยาบาลแห่งนี้ พร้อมทั้งเปิดให้พวกเราซักถามข้อสงสัย 
                  อ่านมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่า หลายๆท่านคงอยากทราบแล้วว่า บ่งต้อ คืออะไร?
                  บ่งต้อ เป็นศาสตร์การรักษาของแพทย์พื้นบ้าน ซึ่งเชื่อว่า มีต้นกำเนิดมาจากเขมร หลังจากนั้นจึงนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับคนไทย พี่โอห์มเล่าว่า ศาสตร์นี้แกได้เรียนมาจาก คุณครูสงครามอินบัว ซึ่งครูสงครามก็ได้เรียนมาจากครูอรุณนนทวารีย์ ปัจจุบัน ศาสตร์นี้ได้บรรจุในวิธีการรักษาของสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชรแล้ว



              บอร์ดซึ่งจัดทำโดย รพสต.ปากอ่าง ที่อธิบายความหมายและขั้นตอนการรักษา ขั้นตอนการรักษานั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
              1. การไหว้ครู
              2. การรักษา
              3. การดูแลตนเอง
              การไหว้ครู การไหว้ครูต่อนั้น จะกระทำทั้งก่อนและหลังรักษา โดยก่อนรักษานั้นผู้ป่วยจะต้องนำของมาบูชาครู ประกอบด้วย กล้วยห่ามๆ 1 หวี เงิน 12 บาท และเทียนน้ำมนต์ จากนั้นผู้รักษาจึงนำของเหล่านี้มาท่องคาถาและบูชาครู หลังจากรักษาเสร็จผู้รักษาจะมีการท่องคาถาและบูชาครูอีกครั้งเป็นอันเสร็จพิธี
              การรักษา ผู้รักษา จะทำการสะกิดหนามหวายเข้าที่หลังและดึงเส้นใยคล้ายกับกล้วยออกมา โดยขนาดและจำนวนแผลที่เปิดนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
              การดูแลตนเอง หลังจากการรักษาเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ป่วยจะต้องงดทานกล้วยเป็นเวลา 3 วัน และงดของแสลง การรักษาจะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ป่วยมาทำการรักษาติดต่อกัน 3 ครั้ง

             

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ22 มกราคม 2562 เวลา 00:04

    อยากเรียนจังเลยคะฉันสามารถเรียนได้ไหมค่ะ

    ตอบลบ
  2. อยากเรียนสอนไหมคะ

    ตอบลบ